Porestva Hotel Sriracha โพเรสท์วา โฮเทล ที่พักศรีราชา ที่พักบางพระ

ศรีราชา เมืองแห่งการลงทุนในอนาคต

รวมร้านอาหารอีสาน ร้านส้มตำ ศรีราชา สุดแซ่บ เอาใจคนรักส้มตำ ชวนเพื่อนๆแล้วไปนัวกันได้เลย

ศรีราชา เมืองแห่งการลงทุนในอนาคต

“ศรีราชา” เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากตัวจังหวัดชลบุรีประมาณ 24 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 105 กิโลเมตร แม้ขนาดพื้นที่ไม่ได้ใหญ่มากแค่ประมาณ 643 ตารางกิโลเมตร แต่จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศค่อนข้างมากทีเดียว ในแง่การคมนาคมถือว่าสะดวกทั้งการเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ด้วยถนนสายหลักทั้งถนนสุขุมวิทและมอเตอร์เวย์ และการเชื่อมต่อกับพื้นที่ข้างเคียง เช่น ถนนสาย 331 (ฉะเชิงเทรา-สัตหีบ) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างพร้อม ทั้งในแง่สถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งจับจ่ายใช้สอยและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เมืองหลวงด้าน “อุตสาหกรรม” เมืองศรีราชามีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในฐานะ “เมืองอุตสาหกรรม” ที่สำคัญของประเทศ เป็นพื้นที่ที่มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากที่สุดติดอันดับแถวหน้าของเมืองไทย โดยปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยถือว่ายังไม่กระจายตัวมาก ส่วนใหญ่หรือประมาณ 67% ของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดอยู่ในภาคตะวันออกโดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและระยอง อีกประมาณ 29% อยู่ในภาคกลางและอื่นๆ เฉพาะที่ศรีราชาขณะนี้มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 10 แห่ง และจำนวนโรงงาน (อ้างอิงจากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม วันที่ 29 ธันวาคม 2559) มีโรงงานทั้งสิ้นกว่า 1,300 แห่ง และมีคนที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในโรงงานต่างๆ รวมกว่า 127,000 คน ในแง่ของศักยภาพเมืองศรีราชาถือว่ายังมีโอกาสเจริญเติบโตได้ อีกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี ตามนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดที่อยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ทั้งนี้เพราะภาคอุตสาหกรรมอาจเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการพัฒนาในหลายๆ ด้าน เพราะเมื่อมีนิคมอุตสาหกรรมก็ต้องมีโรงงานเมื่อมีโรงงานคนงานก็ต้องมา เมื่อมีคนมาความต้องการที่อยู่อาศัยจะเพิ่มขึ้น จากนั้นจะมีร้านค้า ศูนย์การค้า และบริการต่างๆ เข้ามารองรับการจับจ่ายใช้สอยของคนในพื้นที่ ที่สำคัญจำนวนโรงงานที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีหมายถึงการสร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปีอีกด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ศรีราชายังเป็นเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับความเป็นเมืองคุณภาพครบถ้วน โดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีทั้งโรงเรียนดังและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ซึ่งไม่เพียงเป็นสถานศึกษาเฉพาะคนในท้องที่และจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงดูดนักเรียนนักศึกษาจากต่างถิ่นได้ด้วย เช่นเดียวกับบริการด้านสุขภาพ ที่นี่มีโรงพยาบาลระดับมาตรฐานซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังหลายแห่ง และที่โดดเด่นและเป็นที่กล่าวถึงก็คือแหล่งช้อปปิ้ง ทั้งห้างสรรพสินค้าคอมมูนิตี์มอลล์ และร้านค้าทั้งสไตล์ไทยและสไตล์ญี่ปุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วนและความเจริญเหล่านี้ส่งผลให้บางทำเลราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำเลหลักอย่าง ถนนสุขุมวิท ที่ว่ากันว่าที่ดินสวยๆ ริมถนนปาเข้าไปกว่า 400,000 บาท ต่อตารางวาแล้ว โอกาสของธุรกิจอสังหาฯ กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุดและต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีคือชาวญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่นเหล่านี้จะทำงานอยู่ตามโรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเสียเป็นส่วนใหญ่ และด้วยพื้นที่อำเภอศรีราชามีโรงงานของชาวญี่ปุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่อย่างอำเภอศรีราชาเป็นอำเภอที่มีชาวญี่ปุ่นมากที่สุดอำเภอหนึ่งในประเทศไทย คาดว่าปัจจุบันน่าจะมีประมาณ 10,000 คน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยจำนวนชาวญี่ปุ่นที่มากมายในศรีราชา ทำให้ในศรีราชามีร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งช้อปปิ้งมากมายเปิดให้บริการเพื่อรองรับชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ยังรวมถึงการเกิดขึ้นของธุรกิจอสังหาฯ ทั้งประเภทโรงแรมเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมในศรีราชาที่เปิดบริการเพื่อชาวญี่ปุ่นเช่นกัน ธุรกิจก่อสร้างคอนโดมิเนียมในศีราชาและกำรลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในศรีราชาเพื่อปล่อยเช่าให้กับชาวญี่ปุ่นคึกคักมากโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ ผ่านมา ปัจจุบันยังคงมีการลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมใหม่ๆ จากทั้งนักลงทุนท้องถิ่น ผู้ประกอบการต่างชาติเอง รวมถึงผู้ประกอบการจากส่วนกลาง แต่สถานการณ์จะไม่คึกคักเหมือนช่วงที่ผ่านมาทั้งในแง่อัตราการขายและผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยเช่า นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างถนนสายรองและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เป็นแผนงานของจังหวัด โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ศรีราชา 2 โครงการดังนี้ 1.การก่อสร้างถนนสายอำเภอศรีราชา-อ่าวอุดม (รวมสะพานลอยข้ามแยกท่าเรือสยามซีพอร์ต) 2.การก่อสร้างถนนสายทางแยกทางหลวงหมายเลข 7 (บ้านเนินผาสุก)-บรรจบทางหลวงหมายเลข 331 (มาบเอียง) ตอน 2 3.การก่อสร้างถนนใหม่ 7 สายในจังหวัดชลบุรี 4.โครงการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ ถนนเชื่อมต่อทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 7 (บริเวณ กม.107+200)-ท่าเรือแหลมฉบัง และสะพานข้ามแยกถนนสาย ชบ.3027 เชื่อม ทล.3138 (แยกบ้านสุรศักดิ์)   6 โปรเจ็กต์ โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ดัน “ชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา” สู่เขต ศก.พิเศษ หนึ่งในโครงการลงทุนภาครัฐที่จะยกระดับเพิ่มศักยภาพพื้นที่ภาคตะวันออกขึ้นอีกขั้น คือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development หรือ EEC) กำหนดกรอบเป้าหมายการพัฒนาไว้ 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดคือชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา เป้าหมายคือศูนย์กลางแหล่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยานยนต์ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมไปถึงการท่องเที่ยว เกษตรกรรมและโลจิสติกส์ ภายในระยะเวลาดังกล่าวจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะมาลงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกทั้งสิ้น 173 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 710,000 ล้านบาท ทั้งโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ผังเมืองและอื่นๆ ตัวอย่างโปรเจ็กต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ * พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขยายเพิ่มรันเวย์เพื่อรองรับจำนวนเครื่องบินได้มากขึ้น พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการซ่อมอากาศยานขนาดใหญ่ โครงการนี้จะส่งผลให้เกิดอุตสาหกวรรมที่เกี่ยวเนื่องด้านการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เครื่องบินในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง * พัฒนาท่าเรือสัตหีบ (จุกเสม็ด) ให้เป็นท่าเรือน้ำลึกเชิงพาณิชย์ เป็นท่าเรือแห่งที่ 3 ต่อจากท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด เป็นท่าเรือขนส่งสินค้า ท่าเรือเฟอร์รี่และท่าเรือครูซ ซึ่งจะมีการเปิดเส้นทางเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวไทย โครงการนี้เริ่มให้บริการเส้นทางแรกในเดือนมกราคม 2560 คือ “พัทยา-หัวหิน” ระยะทาง 113 กิโลเมตร เวลาที่ใช้ในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งสะดวกและช่วยร่นระยะเวลากว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ที่ต้องเดินทาง 4-5 ชั่วโมง * พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ปัจจุบันการขยายเฟสอยู่ในขั้นตอนระยะที่ 3 เป็นการพัฒนาเต็มรูปแบบ เพื่อพัฒนาให้เป็นท่าเรือสีเขียว (Green Port) สู่การเป็นท่าจอดเรือหลักของสายการเดินเรือชั้นนำระดับโลก โดยในเบซิน 3 ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 83,000 ล้านบาท จะเริ่มทำการก่อสร้างช่วงปลายปี 2560 ตอนนี้อยู่ในระหว่างการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental & Social Impact  Assessment: ESIA) และพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 เน้นในด้านอุตสาหกรรมปิโตรเคมี   * พัฒนาระบบราง โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) สายกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทางรวม 193 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานีลาดกระบังไปจนถึงสถานีระยอง จะใช้เขตทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นหลัก จะพาดผ่าน 4 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง มี 6 สถานี ได้แก่ ลาดกระบัง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยาและระยอง ปัจจุบันโครงกสรนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสนอคณะกรรมการ PPP คือคณะกรรมการรัฐเอกชน การร่วมลงทุนของรัฐและเอกชน แนวก่อสร้างยึดตามแนวทางรถไฟเดิมเป็นหลัก การคัดเลือกผู้ลงทุนก็จะใช้เวลาอีกประมาณ 3-4 เดือน คาดการณ์ว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 * รถไฟทางคู่ หนองคาย-โคราช-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์สู่ท่าเรือแหลมฉบังเชื่อมเศรษฐกิจการค้ากับประเทศจีน ก่อสร้างตามแนวรางเดิม เน้นใช้บรรทุกขนส่งสินค้าและเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการเดินทาง ซึ่งอัตราค่าบริการจะถูกกว่ารถไฟความเร็วสูง * มอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้าง แนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 2จังหวัด 3 อำเภอ 8 ตำบล ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ที่ตำบลหนองปลาไหล นาเกลือ โป่ง หนองปรือ ห้วยใหญ่, อำเภอบางละมุง ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ และจังหวัดระยอง ที่ตำบลสำนักท้อน พลาและอำเภอบ้านฉาง   ขอบคุณข้อมูล : home.in.th